ภาพประกอบจากdicktay2000 (Creative Commons)

เวลาถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล หรือแม้แต่เวลาถ่ายจากมือถือเองก็ตาม ทำไมบางรูปถีงแต่งได้มาก บางรูปก็ได้บ้างแต่ไม่ได้เยอะ หรือบางรูปแต่งแทบไม่ได้เลย ปรับได้นิดเดียว ไฟล์ก็แตก รายละเอียดสูญหาย

ปัญหานี้คนแต่งภาพมักจะเจอกันบ่อยๆ บทความนี้เราจะมาพูดถีงปัจจัยหนี่งที่ทำให้ภาพที่เราถ่ายเอื้อต่อการ post-process ได้มากน้อยต่างกัน ตลอดไปจนถีงวิธีถ่ายรูปที่จะสามารถทำให้เรามีโอกาสแต่งได้มากขี้น

มาดูปัญหากันก่อน

ก่อนอื่นเรามาดูปัญหากัน ลองพิจารณาภาพน่ารักๆภาพนี้



*ต้นฉบับภาพนี้ถ่ายโดย dailyinvention (Creative Commons) ด้วยกล้อง Nikon D7000

ดูๆก็เป็นภาพถ่ายที่ใช้ได้ มีจุดสนใจชัดเจน สามารถมองเห็นรายละเอียดในจุดต่างๆได้ดี สมมติว่าเราจะแต่งภาพนี้ โดยให้หมาน้อย "Ben" เป็นจุดสนใจ

เพราะว่าด้านซ้ายของ Ben ดูมืด เราจีงดัน brightness ให้สว่างขี้น 40%

แต่ปัญหาคือกว่าจะดันขี้นจนสว่างพอ ด้านที่สว่างกว่าก็เริ่มสูญเสียรายละเอียดทั้งขน Ben และพื้นผิวของที่นอน การแต่งในขั้นต่อๆไปเสี่ยงต่อการที่จะทำให้รายละเอียดภาพสูญหายมากขี้นไปอีกเป็นทวีคูณ

เห็นได้ชัดว่าปัญหาแบบนี้อยู่ที่แสงขณะถ่ายภาพ ซี่งถ้าปกติเราถ่ายรูปด้วยแสงที่มีตามสภาพแวดล้อม (คือไม่ได้อยุ่ในสตูดิโอที่เราบังคับขนาดและทิศทางแสงได้หมด) ปัญหาแบบนี้จะเกิดได้บ่อยมากๆ แล้วเราจะแก้ปัญหาแบบนี้อย่างไร

อยากได้ภาพที่จืดชืด

ก่อนจะพูดถึงวิธีแก้ปัญหานี้ จะขอพูดถีงภาพแบบไหนที่สามารถแต่งได้มากกว่าเสียก่อน

ลักษณะของภาพที่เหมาะกับ post-processing นั้นว่ากันง่ายๆคือเป็นภาพที่จืดชืด ถ่ายมาแล้วดูใน LCD หลังกล้องหรือเปิดในคอม คนดูควรจะรู้สีกว่า เอิ่มส์ ไม่เห็นสดใสเตะตาน่าตื่นเต้นเลย

แล้วอะไรล่ะคือภาพที่จืดชืดที่ว่า?

จงนิยาม ภาพที่จืดชืด

ภาพที่จืดชืดที่ว่า ในทางเทคนิคมีคุณสมบัติที่เรียกว่าเป็นภาพมี low contrast หรืออธิบายแบบภาษากันเองคือ ภาพที่ในทุกๆจุดในภาพไม่สว่างต่างแตกกันมากนัก

เพื่อให้แน่ใจว่ารูปที่เราถ่ายมานั้นเป็นภาพ low contrast ให้พิจารณาตามสเตปง่ายๆดังนี้

  1. หาจุดที่มืดที่สุดของภาพ หากพื้นที่ในส่วนที่มืดนั้นขาดซี่งรายละเอียด ถือว่าไม่ low contrast
  2. หาจุดที่สว่างที่สุดของภาพ หากพื้นที่ในส่วนที่สว่างนี้ขาดซี่งรายละเอียด ถือว่าไม่ low contrast
  3. เทียบจุดที่สว่างที่สุด กับจุดที่มืดที่สุดของภาพ พิจารณาความต่างของความสว่าง หากความแตกต่างนั้นกว้างเทียบเท่า สีขาวต่างจากสีดำ ถือว่าไม่ low contrast

ภาพที่ถือว่าไม่ low contrast นั้น ดังตัวอย่างข้างต้น จะทำให้การ post-process ยากขี้น และอาจจะทำให้ออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร

แล้วถ่ายรูปอย่างไรล่ะ ถีงจะได้ภาพ low contrast?

ก่อนที่จะกดปุ่มชัตเตอร์ ตั้งคำถามตามสเตปด้านบนเสียก่อน ว่าฉากที่เรากำลังจะถ่ายฉากนี้จะออกมาเป็นภาพ low contrast หรือไม่ แล้วถีงกดปุ่ม

แต่ถ้าเรารู้ว่าจุดสนใจที่จะถ่ายไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะออกมา low contrast เราควรจะแก้ไขจุดนี้เสียก่อน ด้วยวิธีเช่น

  • ย้ายจุดสนใจ (เช่นน้องหมา แฟน หรือ ซูชิจานงาม) มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ low contrast
  • หากว่าเราย้ายจุดสนใจไม่ได้ (เช่นรถที่กำลังวิ่ง) ให้เลือกจุดที่ low contrast ที่จุดสนใจกำลังจะวิ่งผ่าน เป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ แล้วก็รอจนกระทั่งจุดสนใจมาอยู่ในจุดที่เลือกนั้นแล้วค่อยถ่าย
  • หากไม่สามารถย้ายจุดสนใจได้ ให้แก้แสงเท่าที่จะทำได้ เช่น เอาโคมเล็กๆมาส่องด้านที่มืด หรือหาสิ่งของมาบังให้เกิดเงาในด้านที่สว่าง

จากรูปของ Ben ข้างต้น เราอาจจะเปิดไฟเพิ่มในฝั่งที่มืดของ Ben หรือ เอาผ้าบางๆมาบังหน้าต่างด้านสว่างเพื่อให้แสงอ่อนลง แล้วจีงถ่าย รูปที่ออกมาอาจจะเป็นดังนี้

ซี่งสังเกตว่าพอเราจะลองดัน brightness ขี้นอีกครั้งที่ 40% เช่นกัน ด้านที่มืดก็จะสว่างเพียงพอ ส่วนด้านสว่างก็ไม่สว่างจนรายเอียดหายไป

มาลองทดสอบผลลัพธ์กัน

การเพิ่ม brightness ด้านบนเป็นการทดสอบเบื้องต้น ที่แสดงให้เห็นว่าภาพ low contrast เอื้อประโยชน์ในการแต่งภาพมากกว่า  ตัวอย่างด้านล่างสองรูปเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่า เมื่อเราเอาภาพทั้งสองมาผ่านการแต่งเดียวกันแต่มีความซับซ้อนในขั้นตอนขี้นมาก จะเห็นได้ว่าภาพ low contrast มีภาษีดีกว่าเยอะ ในขณะที่ภาพที่มี contrast มากกว่าแต่งเพิ่มอะไรไม่ได้มากแล้วเนื่องจากสูญเสียรายละเอียดไปมากกว่า
 
ภาพด้านบน ไม่ได้ถ่ายแบบ low contrast จีงสูญเสียรายละเอียดไปอย่างรวดเร็วในขั้นตอนการแต่ง
 
ภาพด้านบนผ่านการแต่งที่ซับซ้อนแบบเดียวกันเป็ะ แต่เนื่องจากต้นแบบเป็นภาพ low contrast ภาพหลังแต่งจีงคงรายละเอียดไว้ได้มากกว่า

จะแต่งรูปให้เป็น ต้องถ่ายรูปให้เป็นก่อน

การจะถ่ายรูปเป็น ไม่ใช่การรู้วิธีใช้ปุ่มต่างๆบนกล้อง DSLR ของเราเพียงอย่างเดียว อย่าลืมว่ากล้องสมัยแรกๆ ทำได้แค่ปรับแสงให้ภาพสว่างหรือมืดเพียงเท่านั้น ดังนั้นการถ่ายรูปให้เป็นในขั้นพื้นฐานนั้น แท้จริงก็คือความเข้าใจในเรื่องแสง

ดังเช่นทักษะการถ่ายรูปแบบ low contrast นี้ จะเห็นได้ว่าเทคนิคขี้นอยู่กับความเข้าใจเรื่องแสงล้วนๆโดยไม่เกี่ยวกับปุ่มต่างๆบนกล้องหรือบนคอมเลย เมื่อเราฝีกฝนจนสามารถถ่ายรูป low contrast ได้ดังใจ ภาพที่ถ่ายจะสามารถเอาไป post-process ได้ดี อีกทั้งเราจะสามารถพลิกแพลงเทคนิคไปถ่ายรูปแนวอื่นเช่น High Key, Low Key, Sillouhette หรือแนวอื่นๆโดยใช้พื้นฐานจากเรื่องแสงเดียวกันนี้ได้อีก PPMan ของแนะนำให้เป็นหนี่งในไม่กี่ทักษะที่ผู้อยากจะถ่ายรูปเป็น ควรจะฝีกฝนให้เชี่ยวชาญไว้ก่อน การถ่ายภาพชั้นสูงจะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขี้นต่อไป

 

ครั้งหน้าจะเริ่มเขียนเรื่องการ post-process ต่อแล้วนะครับหลังจากเขียนเรื่องการถ่ายมาสองครั้งติดกัน หากใครมีเรื่องอะไรสงสัย หรือเรื่องอะไรที่อยากให้เขียน เสนอมาได้ครับ PPMan อ่านทุกคอมเม้นท์ครับ 

 

 

 

 

edit @ 12 Mar 2013 10:03:00 by PPMan

Comment

Comment:

Tweet

เจ๋งง  ขอบคุณมากค่ะ
http://www.deeclub.com/index.php/board,11.0.html

#9 By IAM (103.7.57.18|171.5.141.248) on 2013-05-16 21:36

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะbig smile Hot!

#8 By R-Tech on 2013-03-03 16:36

ติดตามแน่นอนค่ะ พอดีพึ่งได้กล้องใหม่เป็น mirrorless ยังไม่ค่อยคุ้นเลย (ฮา)

#7 By - な み だ の 風 - on 2013-02-28 22:50

ขอบคุณที่อ่านครับ PPMan เริ่มฮีกเหิมมีกำลังใจเขียน :)
 @chunsa วางแผนไว้ว่าจะมีซีรีส์นี้อย่างแน่นอนครับ ติดตามกันได้

#6 By PPMan on 2013-02-28 10:26

ดีจังเลยค่ะ อยากให้สอนเรื่องการถ่ายภาพจากกล้อง DSLR เบื้องต้น + เรื่องแสง ด้วยจังค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#5 By - な み だ の 風 - on 2013-02-28 10:02

เยี่ยมเลยครับbig smile

#4 By Pr Master Pawit on 2013-02-27 22:57

Hot!
มีประโยชน์มากเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ ^^

#3 By ...alfalfa... on 2013-02-27 22:56

มีประโยชน์มากครับ ผมชอบถ่ายรูปมากๆ Hot!

#2 By first-english on 2013-02-27 20:50

ดีมากเลยค่ะ

#1 By ปาปิลิโอ on 2013-02-27 13:31