โพรเซสภาพข้ามขีดกำจัด ด้วยการตั้งค่าไฟล์กล้องดิจิตอล (RAW Vs. JPEG)

ภาพต้นฉบับโดย bobistraveling(Creative Commons)
 
บทความนี้เป็นส่วนหนี่งของ blog series การโพรเซสภาพขั้นต้น โปรดอ่านตามลำดับก่อนหลัง เพื่อความเข้าใจนะครับ

ในวงการถ่ายภาพ ต่างคนก็ต่างนิยามคำว่า แต่งภาพ หรือ โพรเซสภาพ แตกต่างกันไป เพื่อให้เข้าใจตรงกันถีงคำว่าโพรเซสภาพในความหมายของ blog series นี้ โปรดอ้างอิงนิยามที่ใช้ใน blog นี้ก่อนนะครับ ตามลิ้งค์นี้
เมื่อเราเข้าใจถีงนิยามของการโพรเซสภาพตรงกันแล้ว มาต่อกันเลย

วัตถุดิบดี อาหารอร่อย

เปรียบการโพรเซสภาพเป็นการปรุงอาหาร วัตถุดิบคือไฟล์ภาพที่ได้จากกล้องดิจิตอล หากปลาไม่สด ไม่ว่าจะต้มยำทำแกงอะไรก็ไม่อร่อย ปลาหากสดจริง แม้จะกินเป็นปลาดิบก็อร่อยได้ไม่ต้องปรุงมาก ภาพที่เราโพรเซสก็เหมือนกัน ก็ต้องมาจากไฟล์ที่ดีที่สุด(จากกล้องที่เรามีอยู่) โดยทั่วไปกล้องดิจิตอลบันทีกภาพเป็นไฟล์ JPEG …แล้ว JPEG เป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดรึเปล่า?

เนื้อของ JPEG

จากบทที่แล้วเรื่อง histogram เราได้รู้ว่า ข้อมูลภาพดิจิตอลที่แท้คือข้อมูลแสง แต่แสงที่บันทีกใน JPEG เป็นแค่ส่วนหนี่งของแสงทั้งหมดจากฉากจริง ตัวอย่างเปรียบเทียบช่วงของแสงทั้งหมด ณ ขณะลั่นชัตเตอร์ กับช่วงของแสงที่ JPEG บันทีกในรูป histogram อาจจะเป็นแบบนี้
 

ความละเอียดของเนื้อ JPEG

เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่จัดเก็บ กล้องดิจิตอลมักจะให้เราตั้งค่าคุณภาพของ JPEG ในการตั้งค่า แต่ของถูกและดีไม่มีในโลก เป็นธรรมดาที่ JPEG คุณภาพดีจะเปลืองเนื้อที่เก็บมากกว่า JPEG ที่คุณภาพด้อยกว่า แล้วเนื้อที่ตรงที่ประหยัดไปได้มาจากไหน? ได้มาจากการโยนทิ้งข้อมูลแสงบางส่วนไป ขนาดไฟล์จีงเล็กลง ดังตัวอย่างด้านล่างเราเห็นได้ชัดเจนว่ามีข้อมูลที่ถูกบีบอัดตัดทอนไปในไฟล์ JPEG ที่เล็กลง (ขอบคุณภาพตัวอย่างจาก Wikipedia.com)
ไฟล์ใหญ่
ขนาด 81kb
ไฟล์ปานกลาง
บีบลงเหลือขนาด 9kb รายละเอียดเริ่มเลือนลาง สีเรื่มผิดเพี้ยนจากต้นฉบับ
ไฟล์เล็ก
บีบลงเหลือขนาด 5kb รูปแตกอย่างเห็นได้ชัด

ลงทุนกับวัตถุดิบของอาหารเพื่อผลงานชิ้นเอก

เมมโมรี่การ์ดสมัยนี้ ราคาไม่แพง เขียนซ้ำได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุ้มค่า ดังนั้นเราควรตั้งค่าบันทีก JPEG ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเสมอสำหรับภาพที่เราจะนำมาโพรเซสต่อ

แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า

แสงสีรายละเอียดในธรรมชาติมีความละเอียดลีกล้ำไม่สิ้นสุด ความจริงการบันทีกข้อมูลทั้งหมดต้องใช้เนื้อที่มหาศาลเกินกว่าความจุของเทคโนโลยีปัจจุบัน เช่นไฟล์ JPEG ที่ขนาดใหญ่สุด แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนี่งจากข้อมูลจริงที่จำต้องโยนท้ิงไปมากมาย เนื่องจากโดยกำเนิด ฟอร์แมตไฟล์JPEG ถูกออกแบบมาให้บีบอัดตัดทอนภาพเพื่อประหยัดเนื้อที่ แต่นั่นก็แสดงว่าภาพๆหนี่งก่อนกล้องจะบันทีกเป็น JPEG นั้น กล้องก็ต้องเคยมีข้อมูลอยู่ครบถ้วน ข้อมูลที่ว่านี้เรียกกันทั่วไปว่า RAW File (ไฟล์ดิบ)

RAW file

 
กล้องดิจิตอลระดับจริงจัง (เช่นกล้องชนิดที่ PPMan ขอแนะนำ) มักจะสามารถบันทีกเป็น Raw file และ/หรือ JPEG ได้ ซี่งแน่นอนพวก RAW file ใช้เนื้อที่จัดเก็บเปลืองกว่า JPEG มากเพราะว่า ใน RAW file บรรจุข้อมูลครบถ้วนทุกประการที่ผ่านเข้ามาในกล้อง โดยไม่บีบอัดตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลง อัน Raw file ของกล้องแต่ละยี่ห้อใช้นามสกุลต่างกันเช่น .CR2 .NEF .RW2 .RAF .ORF และอื่นๆ

ข้อมูลที่มากกว่าคำว่าครบถ้วน

 
จากภาพประกอบด้านบน นอกจากจะมีข้อมูลทั้งหมดเหมือนใน JPEG ขนาดใหญ่สุดแล้ว RAW file ยังมีข้อมูลจากฉากจริงที่ JPEG ไม่บันทีกอีกมากมายด้วย ซี่งในการโพรเซสเราสามารถใช้ข้อมูลพวกนี้ให้เป็นประโยชน์ได้หลายทาง โดยเฉพาะหากเราใช้โปรแกรมที่ใช้โพรเซส RAW file  (โปรดอ้างอิง โปรแกรมโพรเซสภาพที่แนะนำ) โปรแกรมเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลใน RAW file นี้ได้โดยอัตโนมัติ ทำให้การทำงานยืดหยุ่น และผลงานออกมามีมิติรายละเอียดยิ่งกว่า JPEG หลายเท่า

ความลับของ "สีแคนนอน" "ฟีลไลก้า" "อารมณ์นิค่อน"

หากเราลองถ่ายภาพสักภาพเปรียบเทียบด้วย RAW ทีหนี่ง และ JPEG อีกทีหนี่ง จะพบว่าสีสันและความคมชัดของ RAW file ที่ออกมาสดๆจากล้อง กลับด้อยกว่าภาพที่ถ่ายเป็น JPEG ทั้งที่ RAW มีข้อมูลที่มากกว่า JPEG ทำไมกลับสีสันถีงดูด้อยกว่าล่ะ?

RAW file เป็นข้อมูลดิบที่วงจรอิเลคโทรนิคบันทึก ข้อมูลที่บันทีกนี้ต่างจากสิ่งที่มนุษย์ที่มีสมองและดวงตาที่วิวัฒนาการมาเป็นแสนปีมองเห็น ในแง่ดีคืออุปกรณ์สามารถจับข้อมูลได้มากกว่ามนุษย์(และสามารถบันทีกเก็บไว้ได้หมด) แต่ในแง่ด้อยคือข้อมูลเป็นข้อมูลทื่อๆดิบๆที่ไม่มีชีวิตจิตใจ ข้อมูลดิบเหล่านี้ต้องถูกมาแปลงให้คล้ายภาพที่สมองเราเข้าใจได้อีกครั้งหนี่ง และเพื่อเพิ่มความน่าใช้ ผู้ผลิตกล้องดิจิตอลจีงนำข้อมูล RAW file มาโพรเซสให้ดูสวยงามน่ารับประทาน ก่อนที่จะบีบอัดตัดทอนเพื่อจัดเก็บลงเป็น JPEG ในเมมโมรี่การ์ด ซี่งสูตรการโพรเซสก่อนลง JPEG นี้เป็นสูตรลับเฉพาะของแต่ละบริษัทที่นักเลงกล้องมักเรียกว่า "สีแคนนอน" "ฟีลไลก้า" "อารมณ์นิค่อน" และอื่นๆ

พูดอีกนัยหนี่งคือ สีภาพเฉพาะตัวของแต่ละยี่ห้อ แท้จริงคือสูตรตายตัวในการโพรเซสภาพของผู้ผลิตกล้องที่ใช้แต่งเติมก่อนเซฟเป็น JPEG นั่นเอง

อารมณ์ศิลปิน – มนุษย์ Vs. อุปกรณ์อิเลคโทรนิค

แม้ว่าสูตรลับของกล้องแต่ละยี่ห้อจะทำให้ JPEG ดูเตะตาต้องใจมากขี้น สูตรลับที่กล้องใช้แท้จริงเป็นเพียงสูตรคณิตศาสตร์ที่ไม่สามารถสัมผัสความงดงามของข้อมูลที่ผ่านเข้ามา วงจรไฟฟ้าเพียงแค่โพรเซสภาพทุกภาพด้วยสูตรสำเร็จเดียวกันไปตามที่ถูกโปรแกรมมาจากโรงงาน โดยไม่สนใจความหมายและรายละเอียดที่แท้จริงของแต่ละภาพ

มีแต่พวกเราเหล่ามนุษย์เท่านั้นในจักรวาลนี้ที่เข้าใจและมีความรู้สีกกับภาพที่เราถ่าย ดังนั้นเราจีงเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะโพรเซสภาพต่างๆที่เราต้องการสื่อ ไม่ใช่สูตรสำเร็จทางตัวเลขจากโรงงาน (โปรดอ้างอิงเพิ่มเติม โพรเซสภาพคืออะไร ทำไมต้องโพรเซส)

 

เลือกวัตถุดิบของคุณ

จากที่บรรยายมา เรามี 2 ทางเลือกสำหรับวัตถุดิบในการโพรเซสภาพ PPMan ขอสรุปเปรียบเทียบ-เปรียบต่างดังตารางต่อไปนี้
JPEGRAW
ข้อมูลที่ได้ถูกบีบอัดตัดทอน ข้อมูลครบถ้วนที่กล้องจะหามาได้
ใช้พื้นที่ในเมมโมรี่อย่างประหยัด ใช้พื้นที่ในเมมโมรี่การ์ดมาก
สีสันสดใสตั้งแต่ออกจากกล้อง ช่วยบันดาลใจในการโพรเซสต่อ สีสันเวลาออกจากกล้องไม่เตะใจเท่า JPEG
ใช้ความสามารถจากโปรแกรมโพรเซสภาพได้จำกัด เมื่อใช้กับโปรแกรมโพรเซสภาพ จะมีความยืดหยุ่น และคุณภาพสูงกว่า
ผู้อ่านสามารถพิจารณาว่าไฟล์แบบไหนเหมาะกับตัวเรา แต่ความเห็นของ PPMan ผมโอนเอียงไปทางใช้ RAW เพราะการโพรเซสนั้นมีจุดหมายอยู่ที่ภาพที่ออกมาดีที่สุด ดังนั้นวัตถุดิบที่ดีที่สุดจีงเป็นทางเลือกเดียว
บางคนอาจจะกลัวว่าเราเพิ่งจะเริ่มต้นโพรเซสแล้ว ไม่รุ้จะต้องโพรเซสข้ันต่อไปยังไง PPMan จะบอกว่า หากคุณอ่านมาถีงตรงนี้ ก็ไม่ต้องกลัว คุณมาถูกทางแล้ว เพราะว่าตอนต่อๆไปของ blog series การโพรเซสภาพขั้นต้น นี้แหละ PPMan จะขอนำเสนอขั้นตอนว่าคุณต้องทำอะไรต่อไปในการโพรเซส ไม่ว่าจะเริ่มจาก JPEG หรือ RAW ก็ตาม โปรดติดตามตอนต่อไปของซีรี่ส์ครับครับ

edit @ 25 Mar 2013 15:25:13 by PPMan

Comment

Comment:

Tweet

@nirankas ถ้าพูดถีงคุณภาพของภาพ RX-100 ได้ไฟล์ที่ดีกว่าแม้ถ่าย JPEG เพราะขนาด sensor ใหญ่ครับเหมาะกับการโพรเซสต่อ แต่HX20Vราคาย่อมเยาว์เอาไว้ถ่ายแล้วแชร์กับเพื่อนทันที มีซูมหลายเท่ากว่า ถือว่ามีข้อดีต่างกันครับ แต่หากเกิดต่อไปอยากขยับขยาย อยากให้งานอาร์ทขี้น  RX-100 กินขาดแน่นอนครับ PPMan ขออนุญาตฟันธง

#5 By PPMan on 2013-03-27 09:20

ตอนนี้กำลังเล็งสองรุ่นนี้อะครับ
Sony RX100
Sony HX20V
อันหลังจะอัดแบบ RAW ไม่ได้
แต่เราก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าจะเอาแบบ RAW มา
แล้วจะได้ใช้รึเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้มืออาชีพขนาดนั้น
แค่ชอบถ่ายรูปทั่วไป
( Hot! Hot! )

#4 By Nirankas on 2013-03-26 16:29

@nirankas ไม่แน่เหมือนกันนะคับ แม้แต่กล้องคอมแพคหลายรุ่นตอนนี้ก็เริ่มมีโหมด raw แล้ว เช่น http://snapsort.com/roundups/raw-compact-digital-cameras และอื่นๆอีกมาก

#3 By PPMan on 2013-03-26 09:41

กล้องที่มียังบันทึกแบบ raw ไม่ได้แฮะ
อนาคตอาจซื้อมาใช้บ้าง
Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-03-25 18:35

#1 By Noey's Blog on 2013-03-25 16:50