4 บทเรียนจากยุคฟิล์ม ที่ช่วยนำมนต์ขลังกลับมาในภาพถ่ายดิจิตอล

 
 
ภาพโดย FreddiBrown (Creative Commons 2.0 https://www.flickr.com/photos/freddiebrown/10964020126)
 
 
งานจาก กล้องฟิล์ม และ กล้องดิจิตอล ไม่ได้แตกต่างกันทางเทคโนโลยีเท่านั้น หลายคนบอกว่ากล้องฟิล์มงานสวยกว่า เพราะว่าใช้ฟิล์มบันทีกภาพ แต่ว่านั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด กล้องฟิล์มมีเงื่อนไขแวดล้อมวิธีการใช้งานต่างจากกล้องดิจิตอล ซี่งตรงนี้มีส่วนอย่างมากที่ทำให้งานออกมามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรามาดูกันว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างที่เราสามารถมาประยุกต์ใช้กับกล้องดิจิตอลของเรา เพื่องานออกมามีเสน่ห์คล้ายกับการถ่ายออกมาด้วยกล้องฟิล์มยิ่งขี้น

เพราะแต่ละภาพมีต้นทุน…คิดก่อนถ่าย

ภาพโดย Roger (Creative Commons 2.0 https://www.flickr.com/photos/pixeltree/5792961881)

 
ภาพถ่ายฟิล์มแต่ละใบมีต้นทุน ดังนั้นเราจีงตรึกตรองก่อนจะตัดสินใจกดชัตเตอร์ ในยุคดิจิตอลเราไม่กังวลเรื่องนี้ ดังนั้นเราจีงถ่ายภาพโดยไม่คิด เช่นในเวลาที่แสงไม่สวย มุมภาพดาษๆ ซี่งแน่นอนผลงานก็จะออกมาดูงั้นๆ ดังนั้นเราควรจะ “เห็น แล้ว ถ่าย” ไม่ใช่ “ถ่าย แล้วค่อยมา เห็น”
 
โฟกัสด้วยเครื่อง vs. โฟกัสด้วยคน

 
กล้องดิจิตอลสมัยใหม่ มีความสามารถในการโฟกัสด้วย CPU ที่เร็วกว่า แม่นยำกว่ามนุษย์ทำเองด้วยมือมาก ความเป๊ะอันนี้ทำให้ภาพจากกล้องหนี่งๆจะชัดคล้ายกันหมดทุกภาพ ซี่งในใจเรารู้สีกได้ถีงความแม่นยำแบบเครื่องจักร ขาดเสน่ห์จากระดับความเป็นอิสระ (degree of freedom) อันอยุ่ในทุกสิ่งในธรรมชาติ การปิด auto focus เพื่อหมุนหาโฟกัสด้วยตัวเอง จะเปิดโอกาศให้นำไปสู่อารมณ์ภาพที่คนดูไม่คาดคิด แม้บางภาพอาจจะถือว่ายังไม่ชัดไม่คมพอในยุคกล้อง autofocus แต่คนดูจะรุ้สีกได้ถีงบรรยากาศและจังหวะในชั่วขณะที่ภาพนั้นถูกบันทีก
 
ภาพโดย Benjamin Reed (Creative Commons 2.0 https://www.flickr.com/photos/b1ltr1te/3436661158) 
ตัวอย่างโฟกัสด้วยมือด้วยกล้องดิจิตอล Sony A700 – โฟกัสด้วยเลนส์มือหมุน แม้ไม่โดนเป๊ะจนคมกริบ เพียงแค่ชัดพอสมควร แต่ทำให้เราเดาได้ว่าอารมณ์ ณ เวลาที่กดชัตเตอร์เป็นอย่างไร
 
 
วัดแสงด้วยเครื่อง vs. วัดแสงด้วยคน
 
ภาพโดย Marlon Cureg (Creative Commons 2.0 https://www.flickr.com/photos/orphicpixel/5766965105)
ตาราง Sunny 16 บนเสื้อเชิ๊ต
 
 
กล้องฟิล์มในยุคก่อนๆจะไม่มีระบบวัดแสงอัตโนมัติ ช่างภาพใช้วิธีคำนวนแสงคร่าวๆด้วยหลัก Sunny 16 ซี่งเป็นตัวบอกว่าต้องปรับ shutter speed และ aperture เป็นเท่าไร สำหรับฟิล์ม ISO หนี่งๆ เพื่อระดับแสงหยาบๆเพียง 5-8 ระดับ ดังนั้นภาพที่ออกมาจะไม่สว่างเป๊ะเท่ากันหมดทุกภาพ แต่จะเกิดแสงเงาน่าสนใจโดยบังเอิญ โดยกล้องที่มี CPU สามารถคำนวนระดับแสงได้ละเอียดกว่าหลัก Sunny 16 ราว 10-24 ระดับ จะทำให้ทุกภาพที่ถ่ายสว่างเท่ากันหมด ความบังเอิญอันน่าสนใจของแสงเงาที่เรานีกไม่ถีงจะหายไป สมัยนี้เราใช้กล้องดิจิตอล แต่เรายังสามารถตั้ง ISO ค้างไว้ แล้วเรียนรุ้ที่จะใช้กฏ Sunny 16 เพื่อตั้งแสงเองแทนให้สมองกลคิด รับรองว่าคุณจะพบกับความงามของแสงเงาที่จะทำให้ประหลาดใจบ่อยๆได้บ่อยๆทีเดียว
 
ภาพโดย R. Nial Bradshaw (Creative Commons 2.0 https://www.flickr.com/photos/zionfiction/9906159444)
ภาพนี้ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล Nikon D40 ใช้หลัก Sunny 16 (1/500s, f/16, ISO 400) ดูมืดไป แต่ให้อารมณ์ลุ่มลีก ในขณะที่โปรแกรมวัดแสงมักจะจัดให้สว่างที่เด็กไว้ก่อน และข้างหลังย้อนแสง ซี่งจะกลายเป็นภาพธรรมดาที่เรามักถ่ายได้ด้วยมือถือไป
 
งานภาพที่พิถีพิถัน ไม่ได้จบเพียงหลังจากที่กดชัตเตอร์
 
สีสันอันน่าสนใจของงานกล้องฟิล์มนั้นเกิดจากหลายองค์ประกอบ ที่ช่างภาพยุคก่อน จะต้องคิดอย่างตั้งใจก่อนที่จะออกไปถ่ายรูปแต่ละครั้ง เลนส์ที่ใช้ ชนิดฟิล์มที่ใช้ ตลอดจนวิธีล้างอัดและโพสต์โพรเซส ซี่งในยุคนั้นช่างภาพจะปรับเปลี่ยนองค์ประกอบเหล่านี้เท่าที่ทำได้เพื่อให้สีออกมาสมใจ ไม่ตายตัวอยู่กับกล้องที่ตัวเองมี แม้จะต้องแลกกับเวลา ค่าใช้จ่ายและความยากลำบากในทุกขั้นตอน เราโชคดีกว่าที่ในยุคดิจิตอลเราสามารถเปลี่ยนได้มากกว่า ถูกกว่า เร็วกว่า ด้วยขอบเขตที่อิสระกว่าด้วยการโพสต์โพรเซสภาพไฟล์ดิบ (raw file)   การโพรเซสภาพดิจิตอลด้วยตัวเองอำนวยให้ความคิดสร้างสรรค์ในตัวปล่อยเราให้เป็นอิสระจากความจำเจของฟิลเตอร์ jpg ที่ตั้งไว้ในกล้องจากโรงงาน นี่เป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ทำให้งานภาพของเรามี look เฉพาะตัว ไม่เหมือนกับคนอีกเป็นแสนที่ก็สามารถซื้อหาเครื่องมือยี่ห้อที่เราใช้ 
 
คลิปตัวอย่างการ process ภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มเบื้องต้นที่เรียกว่าเทคนิค Dodge & Burn อาจจะดูยุ่งยาก แต่ในโปรแกรมอย่าง Lightroom หรือ Aperture สิ่งเหล่านี้ทำได้ง่ายๆด้วยการใช้เม้าส์
 

Comment

Comment:

Tweet

คิดถึงสมัยใช้กล้องฟิลม์ กว่าจะถ่ายแต่ละภาพ คิดแล้ว คิดอีก

#8 By thailerd on 2015-08-19 10:31

น่ารักมากเลยอ่ะ
แต่เราเกิดมาก็เป็นยุคดิจิตอลแล้ว "เห็น แล้ว ถ่าย” ไม่ใช่ “ถ่าย แล้วค่อยมา เห็น” อันนี้เห็นด้วยเลยครับ สำหรับกล้องดิจิตอลบางทีถ่ายแล้วพอได้รูปแล้วก็ไม่ได้ถ่ายใหม่ละ ทำให้อาจยังไม่ได้ภาพที่ดีที่สุด

#7 By เว็บดูหนัง (95.211.209.158|95.211.209.158) on 2015-07-10 03:15

angry smile angry smile

#6 By donung (95.211.209.158|95.211.209.158) on 2015-07-10 03:06

ติ๊กเกอร์ไลน์กวนตีนๆจร้า (n_n)
คลิก >> https://store.line.me/stickershop/product/1083371/en

#5 By (125.24.146.196|125.24.146.196) on 2015-04-16 15:53

Hot! Hot! Hot!

#4 By Simplificity on 2015-03-30 16:18

ไอเราก็ติดไม่คิดก่อนกดชัตเตอร์
ถ่ายมาแล้วต้องมานั่งลบทิ้งก็เยอะ sad smile Hot! Hot! Hot!

#3 By mymindkh on 2015-03-22 22:52

"เห็น แล้ว ถ่าย” ไม่ใช่ “ถ่าย แล้วค่อยมา เห็น” อันนี้เห็นด้วยเลยครับ สำหรับกล้องดิจิตอลบางทีถ่ายแล้วพอได้รูปแล้วก็ไม่ได้ถ่ายใหม่ละ  ทำให้อาจยังไม่ได้ภาพที่ดีที่สุด Hot! Hot! Hot!

#2 By NiGHTSSE7EN on 2015-02-15 19:10

น่ารักมากเลยอ่ะ
แต่เราเกิดมาก็เป็นยุคดิจิตอลแล้ว :p

#1 By axolotl on 2015-02-12 21:31